Ad naffnang

Friday, 30 January 2015

How to cook ensaladilla rusa อาหารสเปน สลัดรัสเชีย

Ensaladilla Rusa อาหารสเปนจานโปรด สลัดรัสเชีย
 สวัสดีคะเพื่อนๆๆ
วันนี้มานำเสนอ อาหารพื้นบ้านชาวสเปน ค่ะ   Ensaladilla Rusa หรือ สลัดรัสเชีย
เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะคะว่าทำไมเขาถึงเรียกว่า สลัดรัสเชีย  แต่อาหารจารนี้เป็นอาหารที่นิยม
รับประทานกันทุกบ้าน ทุกฤดู โดยเฉพาะในหน้าร้อน เพราะทานแล้วจะให้ความสดชื่น จากสลัดผักค่ะ

เรา ชอบจานนี้เป็นพิเศษค่ะ รสชาติดี ไม่เลื่อนจนเกินไป และวิธีการทำก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรค่ะ  จริงๆๆแล้วคุณแม่สามีเราชอบทำมาก เพราะนางรู้ว่าเราชอบทาน 
เราเอาสูตรมาฝากค่ะ เผื่อเพื่อนๆๆ คนไหนอยากลองทำตามกันดูคะ

Ingredients
  • 3 ½ lbs russet potatoes (about 4 large potatoes), peeled, boiled and diced
  • 1 lb carrots (about 6-7 medium size carrots), peeled, boiled and diced
  • 8 oz peas (about 1 cup), boiled for less than 3 minutes
  • 6 celery stalks, finely diced, about 1 cup
  • 1- 2 apples, peeled and diced
  • 1 cup diced white onion, about ½ onion
  • Lime juice from 1-2 limes
  • 1 small garlic clove, crushed
  • 1 cup homemade mayonnaise
  • 1 tbs finely chopped cilantro, parsley or dill- optional
  • Salt to taste






Instructions
  1. Mix all of the ingredients together, chill until ready to serve.
ensalada-rusa-prep-4
ensalada-rusa-prep-3
ensalada-rusa-prep-2
ensalada-rusa-prep-1

ensalada-rusa-prep-5

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ หวังว่าเพื่อนๆๆ คงจะชอบนะคะ

Thursday, 29 January 2015

ข่าวฝากประชาสัมพันธ์จากร้านอาหารไทย Ca Na Hathai (Ibiza) รับสมัครพ่อเชฟอาหารไทยค่ะ

ข่าวฝากประชาสัมพันธ์จากร้านอาหารไทย Ca Na Hathai (Ibiza) ค่ะ
รับสมัครเชฟอาหารไทย
คุณสมบัติ
- มีประสบการณ์ด้านการจัดการแผนกครัวและความรู้ด้านอาหารไทยเป็นอย่างดี
- หากพูดภาษาอังกฤษหรือสเปนได้ จะรับพิจารณาเป็นพิเศษ
ทางร้านจะทำสัญญาจ้าง พร้อมที่พักให้ค่ะ(หากไม่มีที่พักในอิบิซ่า) ร้านจะเริ่มเปิดกิจการประมาณเดือนพฤษภาคมนี้ค่ะ

ผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อคุณหทัยหรือคุณดาวิดได้ตามอีเมลและเบอร์โทรด้านล่างได้เลยค่ะ
e-mail: hathaieivissa@gmail.com
โทร. (+34) 695 836 872 (เวลา 9:00 - 13:00 น. และ 19:00 - 21:00 น.)
- - - - - - - - - - - -
Restaurante tailandés en el norte de Ibiza está buscando cocinero/a con experiencia y profundo conocimiento de gastronomía tailandesa . El candidato debe tener experiencia previa en la gestión de un departamento de cocina de forma eficiente. Español o Inglés será un plus . Ofrecemos contrato indefinido y posibilidad de alojamiento .
Interesados/as envíen CV a hathaieivissa@gmail.com o contacten por teléfono al (+34) 695 836 872 de 9:00h a 13:00h y de 19:00h a 21:00
hhttps://www.facebook.com/canahathai

*** เราไม่ใช่นายหน้าหางานนะคะ  เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่อคะ**

Monday, 26 January 2015

ความผูกพันธ์ของ สองหนุ่ม Leo Y Duke.

ความผูกพันธ์ของ สองหนุ่ม Leo Y Duke.
สวัสดีค่ะเพื่อนๆๆ  วันนี้มีเรื่องประทับใจ ของ สองหนุ่มเล่าสู่กันฟังค่ะ
ที่ บ้านของคุณพ่อแม่สามี มีสองหนุ่มเฝ้าบ้านอยู๋ 2 ตัวค่ะ  ตัวหนึ่งคือเจ้า Leo เลโอ อีกตัว ชื่อว่า Duke ดูเก้  ทั้งสองตัวนี้อาศัยอยู่กับครอบครัวของสามีมาได้ 5 - 6 ปีแล้วคะ  เรียกได้ว่าค่อนข้างนานพอสมควร มาอยู่ตั้งๆๆ เจ้า 2 ตัวนี้ อายุ 3 ขวบ แต่เจ้าดูเก้ อายุจะแก่กว่า 1 ปี

Leo y Duke เป็นน้องหมาเพศผู้ที่ คุณแม่สามีขอมาเลี้ยงจากบ้านสงเคราะห์สุนัขไร้เจ้าของ สามีเล่าให้ฟังว่าตอนนั้น  แม่อยากได้มาแทนสุนัขตัวเก่าที่เสียไป พร้อมทั้งอยากได้มาเฝ้าบ้าน แม่ถูกใจเจ้าลีโอมาก เพราะตัวใหญ่ ท่าทางแข็งแรง แต่แม่ก็อดสงสารและเอ็นดูเจ้า ดูเก้ ไม่น้อย เพราะไปที่กรงทีไร ดูเก้จะส่งสายตาอ้อนวอน พาฉันไปด้วยคนทุกที  เจ้าหน้าที่ที่นั้น เลยแนะนำแม่สามีว่า ให้เอาไปทั้ง  2 ตัว เพราะว่า ทั้ง 2 ขังอยู่ในกรงเดียวกันและ ไม่เคยทะเลาะกัน  ตกลงเลยได้มาทั้ง 2 ตัว

เล โอ  หนุ่มลูกผสม Germanshepherp ขนสีน้ำตาลทองปนดำ สวยงามมาก คุณแม่ตั้งชื่อว่า เลโอ เพราะมันเหมือน สิงโต ตัวใหญ่ แข็งแรงเสียดัง  และที่สำคัญ ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเยียม

ดูเก้  หนุ่มลูกผสม เหมือนกันแต่ไม่รู้ว่าพันธุไหน  ขนสีน้ำตาล หูยาว ที่ได้ชื่อ ดูเก้ เพราะท่าทางมันสง่างาม  เวลามันเดิน เหมือน ดยุค อะไรแบบนั้น คุณแม่เลยให้ชื่อมันว่า ดูเก้

เลโอและดูเก้ ทั้งสองอยู่ด้วยกันตลอด ไม่เคยทะเลาะ หรือ กัดกันเลย มีหยอกล้อกันบ้างเหมือนเด็กๆๆ แต่ทั้งสองจะชอบอิจฉากัน ส่งเสียงคำรามเบาๆๆ ใส่กัน ยามที่เรา หรือ สามี หยอกล้อกับตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป

เมื่อวันก่อนเกิดเรื่องให้คนอย่าง เรา ได้เสียน้ำตาและซึ้งใจไปกับ 2 หนุ่ม  เรื่องมีอยู่ว่าคุณพ่อสามีเปิดประตูหลังบ้านเพือที่จะเอาขยะไปทิ้งตามปกติ แต่ท่านไม่รู้ตัวว่า เจ้าดูเก้ไปออกตามท่านไปด้วย เจ้าดูเก้ไม่ค่อยได้ออกไปนอกบ้านเพราะเกรงว่ามาจะโดนรถชน การออกนอกบ้านครั้งนี้ จีงเป็นการผจญภัยครั้งใหญ่ของมัน

พ่อแม่สามี ไม่มีใครเอ๊ะใจเลยว่าดูเก้ หลุดออกไปนอกบ้าน เพราะเข้าใจว่าดูเก้ นอนอยู่ในโรงเก็บรถ เพราะอากาศหนาว จึงไม่ออกมากินอาหาร เหมือนอย่างเคย เวลาผ่านไปเช้ายันค่ำ จนตะวันตกดิน ทุกคนในบ้านก็ยังไม่รู้ว่าเจ้าดูเก้หายไป  หากแต่เอ๊ะใจสงสัย กับเสียงคราง ฮือออๆๆๆ ตลอด 30 นาทีของ เจ้าลีโอ คุณแม่เปิดประตูบ้านออกมาดูเห็นเจ้าเลโอ วิ่งไป วิ่งมา แถวรั้วบ้าน พร้อมส่งเสียง ฮือออ เหมือนกับร้องไห้ ไม่เห่าหอน ตามปกติ  แต่คุณแม่ก็ไม่ได้เอ๊ะใจอะไรมากนัก จนถึงเวลาอาหารค่ำ ประมาณ 3 ทุ่ม เลโอ ยังคงมีพฤติกรรม เช่นเดิม คือ ตกใจ วิ่งไป วิ่งมา ส่งเสียงเหมือนร้องไห้อยู่ข้างๆๆ รั้วด้านที่ติดถนน เลโอส่งเสียงอยู่นาน จนแม่เริ่มสงสัย เลยผ่าสายฝนเดินไปหามัน  ตรงที่มันนั้งอยู่ แม่เล่าว่า มันเหมือนเจ้าเลโอร้องไห้และแววตา ตกใจปนเศร้า  เลโอส่งเสียงฮือๆๆ ใส่แม่และหันหน้าไปทางรั้วด้านนอกบอกใบ้เป็นนัยส์ๆๆ  แม่หันไปตามที่มันมอง  แม่ถึงกับน้ำตาตก ภาพที่เห็นคือเจ้าดูเก้ ผอมโชก เปียกฝน แววตาเหมือนสุนัข หลงทาง อิดโรย ดูเก้ไม่เห่าแต่ ส่งเสียงครางฮือๆๆ ใส่เจ้าของ แม่รีบบอกให้พ่อกางร่มออกไปรับมันกลับเข้ามาบ้านทันที 

ทันทีที่ เจ้าเลโอและดูเก้เจอกัน  มันวิ่งเข้าหากันและคลอเคลียหน้าตากัน เหมือนจะปลอบใจซึ่งกันและกัน ให้กำลังใจกัน  มันเห่า 2-3 ทีและวิ่งไปกินอาหารที่พ่อแม่เตรียมไว้ให้มัน  เป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก  ความมรัก ความผูกพันธ์ของ 2 หนุ่ม

แม่ บอกว่าดูเก้ ฉลาดที่ไม่หนีเตลิดไปไกล มันยังคงวนเวียนรอบๆๆ บ้าน คอยส่งสัญญาณให้ลีโอบอกใบ้  ไม่งั้นคงไม่ได้เจอ เจ้าดูเก้อีกแน่ๆๆ



** เป็นเด็กดี นะ 2 หนุ่ม เดี๋ยวอาทิตย์นี้จะเอา กากหมูทอดไปฝาก คิดถึงแกจริงๆๆ**

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

Sunday, 25 January 2015

Thing to do in 2015 / สิ่งที่อยากทำในปี 2558

ผ่านพ้นปีใหม่ 2558/ 2015 มาได้ 14 วัน แล้ว  เราได้ข่าวดีแว่วๆๆจากนายจ้างเก่าว่าจะต่อสัญญาจ้างงานให่อีก  แต่ยังไม่เป็นทางการ แต่เท่านี้เราก็ดีใจมากแล้ว  การที่อยู่ต่างบ้านต่างเมือง การได้ทำงานนั้นถือว่าเป็นโชคอย่างยิ่ง  ยิ่งเป็นประเทศสเปน  ที่มีปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ คนตกยากเพียบ ยิ่งถือว่าเป็นโชคชั้น 1 ของกะเหรี่ยงเยี่ยงเราเป็นยิ่งนัก

ตั้งใจ ว่าปีนี้ อยากจะลองวางแผนชีวิตกับเข้าบ้าง  ปกติก็เป็นคนเรื่อบยๆ เฉื่อยๆๆ แฉะๆๆ ไม่ค่อยมีเป้าหมายในชีวิตเลย  เอาละมาดูกันว่าอยากทำไรบ้าง ในปีนี้

1.ตั้งใจเรียนภาษาสเปน   เอาแบบให้พูดได้มากขึ้น ฟังเข้าใจมากขี้น รวมถึงการไปเรียนบ่อยขึ้น ถึงแม้มันจะน่าเบื่อก็เถอะ

2. ตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษ  แบบจริงจังและสามารถสอบวัดระดับได้อย่างใดอย่างหนี่ง

3. ใช้ social network ให้น้อยลง ในที่นี่หมายถึง เฟสบุคนะ  แต่จะพยายามเขียนบลอกให้มากขึ้น เพื่่อบันทึกเรื่องของตัวเองไว้บ้าง

4. อ่านหนังสือให้จบ 2 เล่ม  ตอนนี้มีแพลนไว้แล้ว 1 เล่ม คือ Alice in wonderland Enlish version. ส่วนอีกเล่มค่อยดูอีกที

5.จะพยายาม เรียนรู้สิ่งใหม่ๆๆ เพิ่มเติม เช่น ถ่ายภาพ ทำวีดีโอ หรือ ทำอาหารให้มากขี้น

6. เพิ่มน้ำหนักให้ได้ 53 กก.  แต่ต้องออกกำลังกาย และ ทานของที่มีประโยชน์ด้วย

7. พยายามเก็บเงินและ Shopping ไร้สาระให้น้อยลง อย่างน้อย เสื้อผ้าเดือนละ 1 ชิ้น พอ

ทำ ได้หรือไม่ได้มาลองดูกันอีกทีเนอะ  อย่างน้อยได้ลอง ตั้งเป้าหมายไว้แล้ว ดีกว่าอยู่เลื่อนลอยไปวันๆๆ ผ่านไปปีต่อปี   สิ้งที่คิดไว้คิดว่าไม่ยากไม่ง่าย  เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ เพื่อน ๆๆ

ฝาก Blog http://mellamotai.blogspot.com.es/ ให้เพื่อนๆๆ ได้เยี่ยมชมด้วยนะคะ

ขอบคุณที่รับชมค่ะ

เมื่อลองใช้ ยาทาเล็บ O.P.I 2 สีสวยๆๆ และ Sally Hansen Topcoat.

เมื่อลองใช้ ยาทาเล็บ O.P.I 2 สีสวยๆๆ และ Sally Hansen Topcoat.
 ****  ประสบการณ์เมื่อลองใช้ ยาทาเล็บ O.P.I  2 สีสวยๆๆ และ Sally Hansen Topcoat**

สวัสดีค่ะสาวๆๆ วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์ เมื่อลองใช้ ยาทาเล็บ O.P.I  2 สีสวยๆๆ และ Sally Hansen Topcoat คะ

ปกติ แล้วเราเป็นคนไม่ค่อยชอบทาเล็บเท่าไหร่ค่ะ เพราะคิดว่ามันยุ่งยากและ อีกอย่างนึงที่ไม่ชอบมากๆๆ คือกลิ่นของยาทาเล็บ  ที่เหม็นมากๆๆๆ จนเวียนหัวทุกทีใช้.. 

แต่ตอนนี้เป็นหน้าหนาวของทางยุโรป ปรากฎว่าเล็บเราเปราะ เพราะอากาศมันหนาวและมีจุดขาวๆๆ ขี้นมา  ดูแล้วไม่สวยงาม  เราจิงคิดจัดการปัญหานี้ด้วยการทาเล็บ ปกติแล้วเราชอบดูคุณโมโม แต่งหน้าบ้าง เอาเพลิน ๆๆ ไม่ได้เป็นคนแต่งหน้าอย่างใดค่ะ  เวลาเห็นเล็บเขาแล้วมันสวยมาก เลยอยากจะลองดูค่ะ 

หลายอาทิตย์ก่อน Sephora Spain เมืองที่เราอยู่ ลด 80 % จึงแวะเข้าไปดู ปรากฎว่ามี Sales ยาทาเล็บอยู่เราจิงได้  เจ้า 3 สิ่งนี้มาค่ะ มันคือ ยาทาเล็บของ  O.P.I  2 สีสวยๆๆ และ Sally Hansen Topcoat.

- O.P.I  OPI scores a Goal  สีออก สีแดงกล่ำค่ะ คิดว่าน่าจะเป็น Color of the year 2015.
- O.P.I  DID YOU 'EAR ABOUT VAN GOGH?
  สีออก นู๋ดๆๆ ค้ะ
-  Sally Hansen Topcoat สี Clear Transparent.





** เจ้ายาทาเล็บนี้ สนนราคาอยู่ที่ 4.50 ยูโร จากราคาเต็ม ขวดละ 15.90 ยูโรค่ะ  *แม่เจ้ายาทาเล็บไรแว้ แพงจริงๆๆๆๆ ถ้าไม่ลดไม่ซื้อนะสิ  จริงๆๆ นะเอ่อ

** Sally Hansen Topcoat ราคา 3.60 ยูโร  จาก ราคาเต็ม 12.90 ยูโรคะ 




* Sally Hansen Topcoat  เขาเคลมว่าเป็น Complete care 4 in 1 Nail treatment. คือ สามารถใช้งานได้ ตามนี้ค่ะ
 -  Base Coat
 - Strengthener
 - Growth Treatment
 - Top Coat



เราลองทาดูแล้ว  และใช้ Sally Hansen Topcoat  สีเป็นตามรูปนี้ค่ะ
** ขออภัยที่มือไม่สวยและทาไม่สวยเพราะเราเพิ่งหัดทาคะ **



- O.P.I  OPI scores a Goal  Texture สีสวยมากค่ะกลิ่นไม่เหม็นฉุนเหมือนทั่วไป   สีทาง่ายและพู่กันเกลี่ยงานค่ะ แห้งช้าไปหน่อย แต่ก็ไม่นานเกินรอค่ะ  สีติดทนนาน 

-รูปนี้ถ่ายหลังจาก ทาแล้ว 1 อาทิตย์ และ ทำงานบ้านทั่วไปค่ะ สีไม่ค่อยหร่อนเท่าไหร่ 

- แต่ราคาแพงมากเหมือนกัน ถ้าไม่ลด ขนาดนี้ก็ไม่ซื้อค่ะ




O.P.I  DID YOU 'EAR ABOUT VAN GOGH?

Texture สีสวยมากค่ะกลิ่นไม่เหม็นฉุนเหมือนทั่วไป   สีทาง่ายและพู่กันเกลี่ยงานค่ะ แห้งช้าไปหน่อย แต่ก็ไม่นานเกินรอค่ะ  สีติดทนนาน 

-รูปนี้ถ่ายหลังจาก ทาแล้ว 1 อาทิตย์ และ ทำงานบ้านทั่วไปค่ะ สีไม่ค่อยหร่อนเท่าไหร่  ทาข้างขวามือค่ะ  ข้างซ้ายทาสีแดง

- แต่ราคาแพงมากเหมือนกัน ถ้าไม่ลด ขนาดนี้ก็ไม่ซื้อค่ะ




อันนี้ O.P.I  DID YOU 'EAR ABOUT VAN GOGH?  ทาแบบไม่ใช่ Top coat ทาทับนะคะ โดยส่วนตัวแล้วชอบ ชอบ Texture สีแบบนี้มากกว่าค่ะ ด้านๆๆ ไม่วาว จนเกินไป เราชอบแบบนี้มากกว่า



** สรุปแล้วค่ะ

ยาทาเล็บ สีสวยมาก เนื้อสีแน่น และคุณภาพดีมากค่ะ  ที่สำคัญกลิ่นไม่ฉุนมาก  แต่ข้อเสียคือ ราคาแพงมาก

Sally topcoat  คุณภาพโอเค ใช้แล้วทำให้เล็บแข็งแรงขึ้นและทำให้สียาทาเล็บวาวๆๆ ขึ้น สำหรับคนที่ชอบแบบนี้นะคะ  แนะนำคะสำหรับคนที่ใช้ยาทาเล็บบ่อยๆๆ

เวลาล้างออกแล้วเล็บไม่เหลือง และ ไม่แห้งค่ะ   แต่  ราคาแพงไปเหมือนกันค่ะ


**  หวังว่าข้อมูลของเรา อาจเป็นประโยชน์ให้สาวๆๆ ในการตัดสินใจซื้อนะคะ  ผิดพลาดประการใด ก็ขออภั
ยด้วยนะค่ะ มือใหม่หัดแชร์ค่ะ **
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ  ไว้จะมารีวิวเรื่อยๆๆ นะคะ  


ใครอยากฟังเรื่องราวในต่างแดน  ฝากแวะมาที่นี่นะค่ะ Life in spain

Thursday, 22 January 2015

การใช้ Verbs To Like / Verbo Gustar / คำกริยา ชอบ ภาษาสเปน

Verbs Like / Verbo Gustar / ชอบ

Me gusta el cuarto.
I like the room.
Nos gustan los libros.
We like the books.
In English, the following sentences are correct:
I like the room.
We like the books.
Examine the same sentences more closely.
I like the room.
I = subject of sentence
like = verb
the room = direct object
We like the books.
We = subject of sentence
like = verb
the books = direct object
In English, it is correct to construct a sentence that has the subject "liking" a direct object. In Spanish, this never occurs. In Spanish, a different construction is used.
English: I like the room.
Spanish: The room is pleasing to me.
English: We like the books.
Spanish: The books are pleasing to us.

Since the subject of the sentence must be either singular (book) or plural (books), the only forms of gustar you will use are "gusta" and "gustan." This is true regardless of what IO pronoun appears in the sentence.
Me gusta el libro.
I like the book.
Te gusta el libro.
You like the book.
Nos gusta el libro.
We like the book.
Me gustan los libros.
I like the books.
Te gustan los libros.
You like the books.
Nos gustan los libros.
We like the books.
Remember, gustar becomes either gusta or gustan, depending upon whether the subject of the sentence is singular or plural. It has nothing to do with which IO pronoun is used.
Subject is singular - use gusta
Me gusta el libro.
Te gusta el libro.
Subject is plural - use gustan
Me gustan los libros.
Te gustan los libros.
Remember, the IO pronoun is not the subject of the sentence!
Nos gustamos ... incorrect!
Te gustas ... incorrect!
Here are some examples of the correct use of gustar. Notice that the only forms of gustar that appear are gusta and gustan, even though each of the IO pronouns is used.
Singular Subject Plural Subject
Me gusta la casa. Me gustan las casas.
Te gusta el cuarto. Te gustan los cuartos.
Le gusta la silla. Le gustan las sillas.
Nos gusta el hotel. Nos gustan los hoteles.
Os gusta la comida. Os gustan las comidas.
Les gusta el reloj. Les gustan los relojes.

Look more closely at one example:
Le gusta la silla.
It is impossible to tell whether this means:
  1. He likes the chair.
  2. She likes the chair.
  3. You (usted) like the chair.
For purposes of clarification, the sentence will often begin with a prepositional phrase that clarifies just who the IO pronoun refers to.
A él le gusta la silla.
He likes the chair.
A Juan le gusta la silla.
John likes the chair.
A ella le gusta la silla.
She likes the chair.
A María le gusta la silla.
Mary likes the chair.
A usted le gusta la silla.
You (formal) like the chair.
As you can see, by adding a prepositional phrase, we remove the ambiguity of the "le" form.

You can also use a prepositional phrase to add emphasis, even if there is no ambiguity.
1. A Juan le gusta el café.
John likes coffee.
2. A mí me gusta el té.
I like tea.
In the first example, "a Juan" clarifies the ambiguous pronoun "le." In the second example, there is no ambiguity. "Me gusta el té" can only mean "I like tea." In this case, "a mí" adds emphasis, drawing attention to the fact that tea is what I like (as contrasted with what Juan likes).

Another way to look at it:
John likes coffee. Me, I like tea.
A Juan le gusta el café. A mí me gusta el té.

******

Wednesday, 21 January 2015

ประสบการณ์ติดหิมะ ที่เมือง Ourense แคว้น Galicia ประเทศ Spain คะ

ประสบการณ์ติดหิมะ ที่เมือง Ourense แคว้น Galicia ประเทศ Spain คะ
 สวัสดีค่ะเพื่อนๆๆ ปกติได้แต่แอบอ่านวันนี้อยากเอาประสบการณ์ ในต่างแดนมาแชร์ให้ฟังกันค่ะ
ตอน นี้เป็นฤดูหนาวของสเปน  เราอยู่ที่เมืองOurense แคว้น Galicia ประเทศ Spain คะ ซี่งปกติแล้ว ทางภูมิภาคนี้ของสเปนจะไม่ค่อยมีหิมะตกค่ะ นอกจากปีนี้ที่อากาศแปรปวน หลายพื้นที่หิมะตกหนัก เหมือนทางยุโรปตอนเหนือค่ะ
เราทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับบริษัทแห่งหนึ่งที่ตอนนี้ทำอุโมงค์ เชื่อมเขา สำหรับสร้างทางรถไฟ Hi-Speed จากมาดริด - กาลิเชีย ค่ะ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องไปสอนที่แพล์ทน์ งาน ซั่งเป็นภูเขาสูง
เช้านี้เรา และเพื่อนครูก็ไปทำงานปกติอย่างเคยคือออกเดินทางจากตัวเมืองไปที่แพล้นท์ ตั้งแต่เช้าตรู่ 07.45 เพื่อถึงบริษัท และเริ่มสอน 8.30 น. แต่ระหว่างทางไปหิมะเริ่มปรอยลงเรื่อยๆๆ  จนปกคลุม 2 ข้างทางขาวโพลน ทางขึ้นเขาก็ชันชี้นเรื่อยๆๆ  ถนนเริ่มขาวโพลน ปกคลุมไปด้วยหิมะ รถของเราเริ่มเสียการทรงตัว  เพื่อนครูที่เป็นคนขับเริ่มสติแตก  เธอบอกว่า เธอไม่มั่นใจในการขับขึ่นเขาวันนี้เธอไม่อยากไปต่อ  รถอาจจะลื่นไหลตก ถนน  เราเองไม่มีประสบการณ์เรื่องหิมะ และชี่นชมความงามของมันอยู่  เพื่อนบอกว่าเธอจะหยุดรถและโทรไปบอกบริษัทว่า เราไม่สามารถผ่าหิมะไปจนถึงที่ทำงานได้  แต่ปรากฎณ์ว่าโทรศัพย์ของเรา 2 คน ไม่มีคลื่นเลย ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เนตก็ไม่มี เพราะเป็นหุบเขาล้อมรอบ  หิมะก็ตกหนัก คนขับเริ่มเสียสติ ตกใจขวัญผวา เราได้แต่ปลอบใจเธอ..  อย่างน้อย รถที่เราขับมาก็ได้มาตรฐานน่าจะปลอดภัย ...  เราสองคนสายมาแล้ว เธอตัวสินใจจอดรถกลางหุบเขา เพื่อ รอให้หิมะหยุดแต่มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย  ไม่มีรถคันอื่นๆๆ สวนทางมา ไม่มีสัญญาณโทรศัพย์ ติดต่อใครไม่ได้  2 คนได้แต่นั่งนิ่งๆๆ ในรถ ...
เวลา ผ่านไปสัก 10 นาทีได้ เราเลยบอกเธอว่ากลับกันเถอะ อย่าไปต่อเลย อันตราย เธอจึงหันรถกลับ และขับกลับอย่างๆๆ  ลงเขาลงมาเรื่อยๆๆ  เมื่อมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เราสองคนแวะพักดื่มชาอุ่นๆๆ และโทรศัพย์หาทาง บริษัท  ปรากฎว่าเขาเพิ่งจะโทรไปบอกกับทาง Academy ว่าขอยกเลิกเพราะหิมะลงหนัก....  เพื่อนครูบอกว่าเธอจะไม่ขับในเวลาอย่างนี้ อีก  ถือเป็นประสบการณ์ติดหิมะครั้งแรกของเรา  
เราได้เรียนรู้ว่า การมีสติไม่ตื่นกลัว ทำให้เราตัดสินใจอะไรๆๆ ๆได้ถุกต้อง และขอบคุณ BMW คันนั้นที่ทำให้เรากลับบ้านอย่างปลอดภัย


มีคลิปมาฝากด้วยค่ะ
















*ขอบคุณที่รับชมคะ**