Thursday, 9 January 2014

อยากรวย ทำอย่างไร

อยากรวย ทำอย่างไร
อยากรวย ทำอย่างไร 
อยากรวย ทำอย่างไร เชื่อ ว่าหลายคนคงเคยมีคำถามนี้อยู่ในใจ แต่อาจมีเพียงไม่กี่คนที่มีการคิดตั้งเป้าหมาย และวางแผนการสร้างความร่ำรวยอย่างจริงจัง การสร้างความร่ำรวยนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด ปัจจุบัน มีเครื่องมือทางการเงินต่างๆ ทั้งตราสารทางการเงิน และกองทุนหลายชนิด ที่ช่วยให้เราสามารถลงทุนสร้างฐานะและความร่ำรวยขึ้นมาได้ บทความนี้จะมีสี่ขั้นตอนที่ใครๆ ก็สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างง่ายๆ เพื่อความมั่งคั่ง และร่ำรวยอย่างยั่งยืนในอนาคต
ขั้นตอนแรก ระบุจำนวนเงินเป้าหมาย
เมื่อเราคิดอยากจะรวยนั้น ก่อนอื่นต้องกำหนดเป้าหมายออกมาเสียก่อนว่า รวยของ เราเนี่ย จะต้องมีเงินซักกี่ล้านบาท โดยมีแนวคิดง่ายๆ ว่า เมื่อเรารวยมีเงินก้อนใหญ่แล้ว จะเก็บดอกกินผลจากเงินก้อนนั้นประมาณเดือนละเท่าไหร่ และจะใช้เวลากี่ปีที่จะสะสมจนมีเงินจำนวนนั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าเราคิดว่าอยู่เฉยๆ แล้วมีเงินใช้เดือนละ 5 หมื่น บาท ก็ถือว่ารวยแล้ว เราสามารถคำนวณกลับไปได้ว่าจะต้องมีเงินต้นเท่าไหร่ หากลงทุนในพวกหุ้นกู้เป็นส่วนใหญ่เพื่อคาดหวังรายรับที่แน่นอนที่ 4% ต่อปี ก็จะคำนวณได้จากสูตร

ในกรณีนี้ ให้นำ 50,000 บาทต่อเดือน x 12 เดือน แล้วนำมาหาร 4% หรือ 0.04 จะได้เงินต้น หรือจำนวนเงินที่ต้องมีอยู่ที่ 15 ล้านบาท
ขั้นตอนที่สอง กำหนดระยะเวลาสู่เป้าหมาย
เป้า หมายทางการเงินเพื่อความร่ำรวยนี้ จะต้องมีการกำหนดระยะเวลาที่จะไปถึงเป้าหมายด้วย เช่น เมื่อมีเป้าหมายต้องการเก็บออมหรือลงทุนให้ได้ 15 ล้านบาทแล้ว ให้กำหนดระยะเวลาที่ต้องการเพื่อไปถึงเป้าหมาย ซึ่งควรมีความเป็นไปได้ เช่น 25 ปีข้างหน้า
ขั้นตอนที่สาม เลือกพาหนะเดินทางที่เหมาะสม
เป้า หมายเพื่อความร่ำรวยครั้งนี้จะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อจำนวนเงินที่ต้องการกับ ระยะเวลาในการเก็บออมนั้นมีความเป็นไปได้ ซึ่งเงินที่เราเก็บออมในแต่ละเดือนนี้ไม่ได้นำไปฝากในธนาคารเฉยๆ แต่นำไปจัดพอร์ตทยอยลงทุนในตราสารทางการเงินต่างๆ เช่น ตราสารหนี้ หุ้น และกองทุน เป็นต้น กรณีที่มีระยะเวลาในการออมยาวนาน หรือเป้าหมายทางการเงินของเราสามารถยืดหยุ่นในด้านของระยะเวลาได้ เราก็สามารถจัดพอร์ตที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อคาดหวังผลตอบแทนในระดับสูงได้ เช่น ต้องการร่ำรวยมีเงิน 15 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 25 ปี โดยจัดพอร์ตที่มีความเสี่ยงสูง มีหุ้นหรือกองทุนหุ้นอยู่ในพอร์ตเป็นส่วนใหญ่ ถ้าคาดหวังผลตอบแทนประมาณ 9% ต่อปี เราต้องออมเงินเดือนละ 13,381 บาท (15 ล้าน / 1,121 จากตาราง) ไปเป็นระยะเวลา 25 ปี ก็สามารถบรรลุเป้าหมาย 15 ล้านบาทได้แล้ว ซึ่งเงินออมรายเดือนนี้จะคำนวณได้จากสูตร

อย่าง ไรก็ตาม หากมีระยะเวลาการออมเงินที่สั้น หรือรับความเสี่ยงได้ในระดับที่ต่ำ ก็ควรจัดพอร์ตการลงทุนที่มีการลงทุนในตราสารหนี้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะมีความผันผวนที่ต่ำ แต่ผลตอบแทนที่ได้รับก็ต่ำกว่าพอร์ตที่เน้นลงทุนในหุ้นด้วยเช่นกัน กรณีที่มีจำนวนปีที่ออมเงินต่ำกว่า 5 ปี ควรนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 4% ต่อปี เมื่อครบกำหนดเวลาก็ได้เงินคืนครบพร้อมผลตอบแทนที่แน่นอน แต่กรณีที่จำนวนปีที่ออมเงินนานกว่า 20 – 30 ปี เช่น แผนเกษียณเพื่อใช้เงินในอีก 30 ปีข้างหน้า ก็สามารถนำเงินไปลงทุนในกองทุนที่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก สามารถให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 9 - 10% ต่อปีได้
ขั้นตอนที่สี่ ปฏิบัติตามแผนที่วางไว้
ใน ขั้นตอนนี้ วินัยการออมและลงทุนเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด การที่พอร์ตการลงทุนของเรามีส่วนผสมเป็นหุ้นนั้นจะมีความผันผวนของมูลค่า เงินลงทุนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเราสามารถเก็บออมเงินได้เป็นก้อนใหญ่ๆ แล้วเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นทำให้ตลาดหุ้นซบเซาหรือตกต่ำลงไป มูลค่าพอร์ตการลงทุนที่ทยอยสะสมมาจนมีขนาดใหญ่นั้นก็อาจทำให้รู้สึกว่าพบกับ ภาวะขาดทุนหนักๆ เช่น พอร์ตการลงทุนของเรามีหุ้นผสมอยู่ 70% เมื่อเก็บสะสมเงินมาได้ถึง 10 ล้านบาทแล้ว เกิดภาวะวิกฤตขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นร่วงลงไป 30% มูลค่าพอร์ตของเราก็อาจจะร่วงลงไปได้ถึง 21% (30% ของสัดส่วนในหุ้น 70% = 21% ของพอร์ตรวม) หรือเมื่อคิดเป็นตัวเงินจะมีมูลค่าถึง 2.1 ล้าน บาทสำหรับพอร์ตสิบล้าน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในวันนั้นตลาดหุ้นจะซบเซา และพอร์ตการลงทุนของเราจะขาดทุนหนักจนเราเสียกำลังใจในการดำเนินตามแผนการลง ทุนที่วางเอาไว้ แต่ขอให้คิดเอาไว้ว่าแม้อยู่ในภาวะวิกฤต การนำเงินมาลงทุนอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ แม้ในระยะสั้นตลาดหุ้นมีความผันผวนของราคาที่ขึ้นและลงสูง แต่ในระยะยาว การลงทุนในหุ้นจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความผันผวน ของราคาต่ำกว่า
ความ ต้องการเป็นคนรวยนั้นอาจจะเป็นความฝันของทุกคน ซึ่งคนที่จะไปถึงความฝันได้นั้น ต้องมีการตั้งเป้าหมายสำหรับความฝันเป็นตัวเลขจำนวนเงินให้ชัดเจนรวมทั้ง ระยะเวลาไปสู่เป้าหมาย เปรียบได้กับเมื่อเราจะไปเที่ยว เราก็ต้องตั้งเป้าหมายว่าเราจะไปเที่ยวที่ใด ต้องไปถึงเมื่อไหร่ จะเดินทางไปอย่างไร และการเดินทางใช้ยานพาหนะอะไรจึงจะเหมาะสม ซึ่งยานพาหนะที่ใช้เดินทางเปรียบได้กับพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมาย และความเสี่ยงของตัวเรา แม้ว่าระหว่างทางจะมีอุปสรรค ก็ต้องไม่ท้อถอยในการปฏิบัติตามแผนออมและลงทุนให้ได้ตลอดเส้นทาง แม้จะเป็นสิ่งที่ยาก แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถของผู้ที่ตั้งใจจริง

                       
วันที่  6 มีนาคม 2556
โดย วรินทร์ สุรพลชัย
ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล ธนาคารกสิกรไทย