Thursday, 23 January 2014

ชามะละกอ ล้างระบบดูดซึม และไขมันในลำไส้ (กินอาหารเป็นยา)

ชามะละกอ ล้างระบบดูดซึม และไขมันในลำไส้ (กินอาหารเป็นยา)
 ตั้งแต่ เริ่มออกกำลังกาย และ อยากกำจัดไขมันส่วนเกินไปให้พ้นๆๆ จากตัวแล้ว เราก็เริ่มสนใจสุขภาพและ อาหารการกินมากขึ้น  ลองค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เนต เจอ สูตรการทำชามะละกอล้างระบบดูดซึม  เห็นว่าทำง่ายได้ผลจริงเลยเอามาแชร์คะ

** ขอบคุณแฟนเฟจ ทำอาหารกินเองค่ะ **  ขออนุญาติเอามาแปะตรงนี้นะคะ จะได้หาง่ายๆๆ เวลาจะทำ อิอิ  ตั้งใจจะพยายามทานให้ได้เป็นประจำและทำให้คนในครอบครัวลองด้วยคะ**


ชามะละกอ ล้างระบบดูดซึม และไขมันในลำไส้ (กินอาหารเป็นยา)


หลังจากที่กินอาหารผัดน้ำมัน และอาหารทอด อาหารมัน ๆ มาพอสมควร คิดว่าถึงคิวที่จะต้องล้างไขมันในลำไส้ซะแล้ว จัดชามะละกอ ซะหน่อย เพื่อล้างระบบดูดซึมให้สะอาด ร่างกายจะได้แข็งแรง และจะได้ไม่ป่วย โดยไม่รู้สาเหต มาเรียนรู้วิธีการล้างไขมันในลำใส้ และระบบดูดซึม ด้วยสูตรชามะละกอ ของ ท่านอาจารย์ สุทธิวัสส์ คำภา กันดีกว่าค่ะ ถ้าจะล้างระบบดูดซึมและไขมันให้สะอาด ควรกินต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วัน ถ้าจะให้ได้ผลดีมาก ๆ ควรกินต่อเนื่อง 1 เดือน ใช้ดื่มต่างน้ำทั้งวัน วันละ 1 – 2 ลิตร
ส่วนผสม
1. มะละกอสด 1 ลูก ปลอกเปลือก
 2.น้ำเปล่า 4 ลิตร
/ 3. ใบเตย 10 ใบ /
ถ้าไม่มีใบเตยใช้ ดอกเก๊กฮวยได้ (ใบเตยและดอกเก๊กฮวยสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ)
4. ใบชาจีนแห้ง หรือ ชาใบหม่อน

วิธีทำ โดยนำมะละกอมาปลอกเปลือก ผ่าครึ่งเอาเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นใหญ่เหมือนต้มฟ
ัก ใบเตย หั่นเป็นท่อน ๆ หรือถ้าไม่มีใบเตยใช้ดอกเก๊กฮวย ประมาณ ครึ๋งกำมือ ใส่ลงในหม้อ เติมน้ำเปล่า 4 ลิตร ยกขึ้นตั้งไฟ ต้มให้เดือด หลังจากเดือดแล้วต้มไปประมาณ 5 – 10 นาที กะว่ามะละกอพอสุก ไม่ต้องให้เละ เดี๋วยกลิ่นมะละกอจะออกเยอะเกิน ปิดไฟ ตักเนื้อมะละกอและใบเตยขึ้น เติมใบชาจีน ลงไปแช่ประมาณ 5 นาที กรองเอาใบชาจีนออก ให้เหลือแต่น้ำ รับประทานได้ทั้งร้อนและเย็น อย่าแช่ชานานเกิน 5 นาที่ เพราะชาที่แช่นานเกินไป อาจทำให้ท้องผูกได้ ต้มทีหนึ่งเก็บไว้กินได้ 2-3 วัน แช่ตู้เย็น

อาหารผัดน้ำมันในน้ำมันที่ประกอบอาหาร ถ้ามีส่วนประกอบของน้ำมันปาล์มอยู่ด้วย ไม่ควรนำมาเข้าร่างกาย เพราะน้ำมันปาล์มน่าจะสกัดไปใช้เป็นเชื้อเพลิงอย่างอื่น ถ้าจะบอกว่าน้ำมันปาล์มไม่มีคลอเรสเตอรอล ถ้าอย่างนั้น น้ำมันเบนซินก็ไม่มีคลอเรสเตอรอล น้ำมันดีเซลก็ไม่มีคลอเรสเตอรอลเหมือนกัน ดูจากก้นกระทะและรอบๆ เตาแก๊ส หรือท่อน้ำทิ้งที่ล้างจาน จะมีคราบเหนียวของน้ำมันเกาะอยู่ เราก็ล้างมันออกได้ แล้วถ้ากินอาหารผัดน้ำมันเป็นประจำ น้ำมันที่เข้าไปโดนอุณหภูมิของร่างกายที่ 37 องศาตลอดเวลา น้ำมันจะเหนียวเป็นกาวยึดเกาะที่ผนังลำไส้เป็นเวลานานเข้าก็จะหนาตัวขึ้น ไปขวางระบบดูดซึม ระบบดูดซึมของร่างกายจะเสียแล้วเราจะส่งอะไรเข้าไปล้างมันได้
ระบบดูดซึมเสีย เมื่อระบบดูดซึมเสีย ลำไส้จะดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ไปสร้างเม็ดเลือดไม่ได้ กินยา หรือวิตามินก็ไม่ดูดซึม เพราะผ่านชั้นไขมันที่ผนังลำไส้ไปไม่ได้ หรือผ่านไปได้น้อย ต่างกับการให้น้ำเกลือโดยการฉีดเข้าเส้นเลือด โดยไม่ต้องผ่านระบบดูดซึม แต่ใครจะให้น้ำเกลือได้ทุกวันคง ไม่มี เมื่อระบบดูดซึมไม่ได้ พวกสารอาหาร และโปรตีน จะถูกส่งไปให้ไตขับทิ้ง ไตก็ต้องทำงานหนัก และอ่อนล้าเป็นธรรมดา ผลที่ตามมา คือ ความเจ็บป่วย การเกิดโรคต่างๆ
ทุกคนที่เคยกินอาหารผัดน้ำมัน หรือของที่ทอดน้ำมันบ่อย ๆ หรือทุกวัน ควรจะต้องล้างลำไส้ เพื่อให้ระบบดูดซึมทำงานได้ดีขึ้น
การไม่ล้างลำไส้ ก็เปรียบเสมือนการกินข้าว แล้วไม่ล้างจาน มื้อต่อไปก็ใช้จานใบเก่า ใส่ข้าวกินใหม่
สูตรล้างไขมันในลำไส้เล็ก

บท ความนี้จากหนังสือ แก้เจ็บ แก้จน ของ อาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา กล่าวไว้ว่า "เวลาบ่ายโมง ถึง บ่ายสาม คือช่วงเวลาของลำไส้เล็ก" ที่พลังชี่ หรือพลังชีวิตจะไหลเวียนเข้
าออก ในบริเวณอวัยวะนั้น การพักผ่อน การล้างทำความสะอาด ลำไส้เล็ก จึงเป็นเวลาที่เหมาะสม เป็นอย่างยิ่ง ในหนังสือ สูตรเด็ด แก้เจ็บ แก้จน ของ อาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา ได้เสนอสูตรอาหาร สูตรยา สูตรสมุนไพร ที่น่าสนใจไว้ มากมาย ปัญหาสุขภาพอีกเรื่องใหญ่ของคนไทย ก็คือ ระบบดูดซึมเสีย เกิดจากการกินของผัด ของทอดน้ำมัน บ่อยเกินไปเพราะน้ำมันพืชที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำมันปาล์ม (สังเกตุง่ายๆ ว่าพอน้ำมันปาล์มขาดตลาด น้ำมันชนิดอื่น ก็พลอยหายไปด้วย?) จะไปเกาะเป็นยางเมือกเหนียวในลำไส้เล็ก ทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำและสารอาหารที่ละลายในน้ำไม่ได้ อย่างเช่น วิตามินบี วิตามินซี โปรตีน หรือกรดอะมิโน เลยต้องไปดูดซึมผ่านเส้นเลือดฝอยแทน ส่งผลให้ไตทำงานหนักขึ้นมีโปรตีนหลั่งหรือตรวจเจอไข่ขาวในปัสสาวะ หมอก็จะแนะนำให้กินไข่ขาวเพิ่ม ซึ่งนั่นไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ปล่อยไว้นานวันไตก็จะเสื่อม ต้องไปฟอกไต เป็นไตวายตายในที่สุด เมื่อระบบดูดซึมเสีย เวลากินน้ำ น้ำจะไม่เข้าตัว สั่งเกตุได้จาก เราทานน้ำเข้าไป ก็ปวดปัสสาวะบ่อย แสดงว่าไตเริ่มมีปัญหา ไม่สามารถดูดซึมน้ำไปใช้ได้ การปัสสาวะบ่อย ๆ ทำให้ไม่อยากดื่มน้ำ พอร่างกายขาดน้ำก็จะไปดึงน้ำจาก ถุงน้ำดีไปใช้ ทำให้ถุงน้ำดีข้น เกิดปวดหัว เป็นไมเกรน นอนไม่หลับ มีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน เป็นหวัดบ่อย ๆ เป็นภูมิแพ้ เป็นต้น แก้กันไม่รู้จบสิ้นเมื่อวิตามินบีกับกรดอะมิโนดูดซึมไม่ได้ สมองจะขาดสารอาหารไปเลี้ยง ทำให้ความจำลดลง สมองเสื่อม เป็นอัลไซเมอร์ หลงๆลืมๆ









*
* หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพือนๆๆ นะคะ **  ขอบคุณข้อมูลดีๆๆ